ความสวยจากสีผสมอาหาร

สำหรับอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีสีสันที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตมักจะคิดว่าสีสันที่สวยงามจะดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ดี แต่นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วก็ยังมีอันตรายที่แฝงมาด้วย ดังนั้น เวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและควรเลือกที่ปลอดภัยมากที่สุด

สีผสมอาหาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.สีจากธรรมชาติ คือ ได้มาจากพืช สัตว์และแร่ธาตุ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1.1 สีจากอินทรีย์ จะเป็นสีที่ได้จากการสกัดพืช ผัก ผลไม้ เช่น

สีเขียว จาก ใบเตย

สีแดง จาก กระเจี๊ยบแดง

สีเหลือง จาก ฟักทอง

สีนำเงิน จาก อัญชัน

1.2 สีจากอนินทรีย์ ได้แก่ ผงถ่านที่ได้จากการเผาพืช เช่น เผาจากกาบมะพร้าว

2.สีสังเคราะห์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

2.1 สีที่ละลายได้ในน้ำ แต่ไม่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ เหมาะกับอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก

2.2 สีที่ละลายได้ในน้ำมัน (Dye) เหมาะกับอาหารประเภทไขมันและน้ำมัน

2.3 สีที่เลียนแบบสารธรรมชาติ ได้แก่ เบตาแคโรทีน

ปริมาณที่กำหนดให้ใช้สีผสมอาหาร คือ 1 มก./อาหาร 1 กก. และบนฉลากต้องมีระบุไว้ว่า “สีผสมอาหาร”

 

อาหารที่ห้ามใส่สี อาหารทารก ทอดมัน กะปิ ข้าวเกรียบ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์  เนื้อสัตว์สดทุกชนิด ยกเว้น ไก่ อาหารเสริมสำหรับเด็ก นมดัดแปลงสำหรับเด็ก ผลไม้สด ผลไม้ดอง